From TH 🇹🇭 to PH 🇵🇭



Hi, everyone! 

Guess what? It's me, Sister Gagarin Jasmine! 555 I've been home for about two weeks now and it's been fun. There hasn't been a day in the past two weeks that I have not missed Thailand or the mission. Before, it was hard to think of myself not being in Thailand - not wearing my badge and not being with another sister as my companion 24/7. My last Sunday in the mission was awesome and I felt like everything was right. I was excited to go home and be with my family! I know that I gave my best effort and I was so grateful for all the help the Lord has given me in this work.


I miss it, still,  but my flight from Thailand to the Philippines helped me shift my perspective, be more enthusiastic, and find joy in sharing the gospel after the mission. Thursday was transfer day so it was our last day in country. I was able to meet my friends from my previous areas who went and visited me for the last time as a missionary. Our investigators also came too! I was so surprised. I miss them a lot. The two old ladies we were teaching also came even though we did not make an appointment with them. I was touched that they remembered I was leaving because I didn't emphasize it that much because I'm so bad at goodbyes hahaha. But yeah! they came and they were so sweet. We ended the day with a joping devotional with our Mission President's family. It was so good - best way to send us missionaries off to our countries. (cried a lot 555) The Williams sent me to the airport. I love them so much! Also, Sister Harris tagged along. She is the sweetest and I miss her so much! the car ride with the three of them was the best. (Elder Williams gave us a farewell advice too  555)

It took a while until I was able to sit on the plane. By then I was already a little tired since I only got 3 hours of sleep the night before (my flight was 1.30am btw haha). One of the crews asked if was reading the Bible so I told him it’s the Book of Mormon. He told me he’s heard of it before and then walked away. I looked at the person sitting next to me and she was smiling! I thought she was Filipina at first but she’s actually Thai and she is from my last area. She asked me a lot about religion and told me she’s interested in learning more about God. We talked a lot about the purpose of life and the Book of Mormon. I found out that her parents have passed away already so I shared about God’s plan for us. She was so happy. I loved talking with her.

My heart was filled with joy. I can still remember that moment and I am ever so grateful that the Lord has given me that chance to realize how important it is to share the gospel wherever we are. Mint (her nickname) told me she is thankful that we were seated together. Such a very humbling experience! I can still remember what I felt when the plane was taking off. I was sharing about Godhead and prayer while looking at her and what’s out the window behind her – bright BKK city lights. By then, I know that God has put us together at that particular time. While sharing with her and as we were leaving Thailand, I felt that calm assurance that God really loves all of His children. He doesn’t call full-time missionaries just to serve in one particular place but He calls us to serve Him everywhere and serve everyone. I’m so grateful for that experience. I know that all of us are missionaries!

 Lastly, I want to share a couple of scripture verses that I really like.

Alma 46:14-15

14 For thus were all the true believers of Christ, who belonged to the church of God, called by those who did not belong to the church.

15 And those who did belong to the church were afaithful; yea, all those who were true believers in Christ btook upon them, gladly, the name of Christ, or cChristians as they were called, because of their belief in Christ who should come.

We are not just Christians, we are representatives of Christ. Whether we have black name tags or not, I know that we have special tags in our hearts that give us the opportunity and authority to represent Him and help others come unto Him.

On that flight, Mint committed to pray and meet with the missionaries for when she gets back to BKK. Got in contact with her after that then referred her to the missionaries (my former companion too). So I have yet to hear about that.

I had a connecting flight from Cebu to Clark and wasn’t seated with anyone so I had that time for myself. I just wrote on my journal. Getting off the plane, I met some members and they are the sweetest! Haha They just got married too and just got back from their Cebu trip.   To make this homecoming more dramatic, would you believe that my luggage got lost? I thought that only happens in movies hahaha But yeah, for some reason PAL left it in Cebu so it took a long time for me to get out of the airport. My parents can’t contact me so they called the mission office but everyone doesn’t know where I was. Hahaha at the end of the day, everything went well. They sent my luggage home in the evening. I had Jollibee Fried Chicken + Spaghetti and I was alright. I miss Thailand but I’m happy to be with my family again.   Thanks for reading this!

You are awesome. xoxo

//

สวัสดีค่ะ

รู้ไม่ว่านี้คือซิสเตอร์กาการิน แจสมิน! 555 ฉันอยู่ที่บ้านประมาณสองสัปดาห์ตอนน้ีแล้วก็สนุกมากๆในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาฉันไม่ได้มีวันหนึงที่ไม่ได้คิดถึงประเทศไทย หรือก่อนกลับบ้านมันยากที่จะคิดถึงตัวเองไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ไม่ได้ใส่ป้ายของฉันและไม่ได้อยู่กับซิสเตอร์ผู้สอนคนอื่นๆทั้งวัน วันอาทิตย์สุดท้ายของฉันในมิชชั่นก็คือสุดยอดมากๆและรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอยางจะดีขึ้น ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่จะกลับบ้านและอยู่กับครอบครัวของฉันอีกครั้ง! ฉันรู้ว่าฉันให้ความพยายามที่ดีที่สุดของฉันและฉันรู้สึกขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือทั้งหมดของพระเจ้าได้ให้ฉันในงานนี้

ฉันยังคิดถึงนะ
แต่การบินรึการเดินทางจากประเทศไทยไปยังฟิลิปปินส์ช่วยให้ฉันเปลี่ยนมุมมองมีความกระตือรือร้นและพบความสุขในการแบ่งปันพระกิตติคุณหลังจากมิชชั่น วันพฤหัสบดีเป็นวันย้ายเราดังนั้นเป็นวันสุดท้ายของเราในประเทศไทย ฉันสามารถพบเพื่อนจากเขตเก่าของฉันที่ไปเยี่ยมฉันเป็นผู้สอนศาสนาครั้งสุดท้าย  ผู้สอนใจของเราก็มาด้วย!  ฉันประหลาดใจมากฉันคิดถึงพวกเขามากด้วย แม่สองคนที่เรากำลังสอนก็มาถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้นัดกับพวกเขา ฉันประทับใจที่พวกเขาจำได้ว่าฉันจะไปแล้วเพราะฉันไม่ได้เน้นมันมากนักเพราะฉันไม่อยากร้องไห้ 555  พวกเขามาและพวกเขาก็ใจดีมากๆ เราจบวันนั้นด้วยการให้ข้อคิดทางวิญญาณกับครอบครัวประธานคณะเผยแผ่ของเรา  มันดีมาก - วิธีที่ดีที่สุดในการส่งผู้สอนศาสนาออกไปยังประเทศของเรา(ร้องไห้มาก555) เอลเดอร์และซิสเตอร์วิลเลียมส์ส่งฉันไปที่สนามบิน ฉันรักพวกเขามาก!  นอกจากนี้ซิสเตอร์แฮร์ริสก็ไปกับเราด้วย ฉันรักและคิดถึงเขามากๆ :)  การขับขี่รถยนต์กับทั้งสามคนนั้นดีที่สุด  (เอ็ลเดอร์วิลเลียมส์ให้คำแนะนำไห้เราด้วย 555)

มันนานนิดหน่อยที่ฉันได้นั่งในเครื่องบินของเราในวันนั้น(เครื่องบินของเราออก1.30น.) แอร์โฮสเตสอีกคนหนึงได้ถามฉันถ้าฉันอ่านพระคัมภีรไบเบิลดังนั้นฉันจึงบอกว่าอันนั้นคือพระคัมภีร์มอรมอนแล้วเขาไปเดินต่อไป ฉันมองคนที่นั่งข้างฉันและเธอยิ้ม
ตอนแรกฉันคิดว่าเธอเป็นคนฟิลิปปินส์ แต่เธอเป็นคนไทยและเธอมาจากเขตสุดท้ายของฉันเธอถามฉันเกี่ยวกับศาสนาและบอกฉันว่าเธอสนใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพระเจ้าเราพูดถึงจำนวนมากเกี่ยวกับพระผู้เป็นเจ้าและจุดประสงค์ของชีวิตและพระคัมภีร์มอรมอนฉันได้รู้ว่าพ่อแม่ของเธอได้ไปแล้วฉันจึงใช้ร่วมกันกับแผนของพระเจ้าเรามีความสุขมากฉันชอบพูดคุยกับเธอ

หัวใจของฉันเต็มไปด้วยความสุขฉันยังคงจำได้ว่าในขณะนี้และฉันเคยขอบคุณที่พระเจ้าได้ให้ฉันประสบการณ์นั้นและได้เรียนรู้ถึงความสำคัญในการแบ่งปันคำสอนของพระองค์ไม่ว่าเราอยู่ที่ไหน

ชื่อของผู้หญิงคนนั้นคือ มิ้นท์
เขาบอกว่าเขามีความสุขที่ได้ยินคำสอนและที่เราได้น้่งด้วยกัน ฉันยังจำได้ว่าเมื่อฉันกำลังแบ่งปันเกี่ยวกัการสวดอ้ออนวอนก็เครื่องบินกำลังขึ้นด้วย เมื่อฉันกำลังมองหาเธอและสิ่งที่ฉันได้เห็นจากหน้าต่างที่อยู่เบื้องหลังเธอ -"  ไฟเมืองกรุงเทพมหานคร"  สว่างขึ้นจากนั้นฉันรู้ว่าพระเจ้าทรงนำเราไว้ด้วยกันในเวลานั้นโดยเฉพาะในขณะที่คุณกำลังเดินทางไปกับเธอว่าเรารู้สึกว่าความเชื่อมั่นอย่างแท้จริงที่พระเจ้ารักทุกคน พระผู้เป็นเจารักลูกของพระองค์มาก ฉันรู้ว่สพระองค์ไม่ได้เรียกเราเต็มเวลาเพื่อให้รับใช้ในสถานที่เดียว แต่พระองค์ทรงเรียกเราให้รับใช้ทุกที่และทุกคนฉันรู้สึกขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่ฉันรู้ว่าเราทุกคนเป็นผู้สอนศาสนา.

สุดท้ายฉันอยากแบ่งปันข้อพระคัมภีร์สองข้อที่ฉันชอบ

ในแอลมา ๔๖: ๑๔-๑๕

๑๔ เพราะโดยนามนี้ผู้เชื่อในพระคริสต์อย่างแท้จริงทุกคน,ซึ่งเป็นของศาสนจักรของพระผู้เป็นเจ้า,เป็นที่เรียกขานโดยผู้ที่ไม่ได้เป็นของศาสนจักร.

๑๕ และบรรดาคนที่เป็นของศาสนจักรซื่อสัตย์; แท้จริงแล้ว,คนทั้งปวงที่เป็นผู้เชื่อในพระคริสต์โดยแท้จริง ยอมรับ, พระนามกของพระคริสต์, ด้วยความยินดี,หรือชาวคริสต์ขดังที่เรียกพวกเขา,เพราะความเชื่อของพวกเขาในพระคริสต์ผู้จะเสด็จมา.

เราไม่ใช่แค่คริสเตียนเราเป็นตัวแทนของพระคริสต์ไม่ว่าเราจะมีป้ายชื่อสีดำหรือไม่ฉันรู้ว่าเรามีแท็กรึป้ยพิเศษในหัวใจของเราที่ให้โอกาสและอำนาจในการเป็นตัวแทนของพระองค์และช่วยคนอื่นมาหาพระองค์ :)

ในวันนั้นมิ้นท์ได้สัญญาที่จะสวดอ้อนวอนและพบกับมิชชันนารรึผู้สอนศาสนาีเมื่อเธอกลับไปที่ประเทศไทย ได้ติดต่อกับเธอหลังจากนั้นแจะได้แนะนำเขาไห้กับผู้สอนศาสนาที่อโศก เขาไปCebu ฉันั้นเราแยกกันและฉันไปClark ต่อ

และฉันไม่ได้นั่งกับใครเลยดังนั้นฉันก็แค่เขียนในjournalของฉัน ฉันออกจากเครื่องบินแล้วฉันได้พบกับสมาชิกบางคนและพวกเขาเป็นคนที่น่ารักและใจดี! และกลับไปจากการเดินทางของเรามากขึ้นก็คุณจะเชื่อไม่ว่าหนึ่งในกระเป๋าของฉันได้หายไป? ฉันคิดว่าอันนั้นจะเกิดขึ้นแค่เมื่อเราดูหนัง555 แต่ก็เป็นเพราะเครื่องบินได้ลืมกระเป๋าที่Cebu ดังนั้นจึงใช้เวลานานมาแล้วที่ฉันจะได้รับจากสนามบิน พ่อแม่ของฉันไม่สามารถติดต่อฉันได้ดังนั้นพวกเขาจึงโทรหามิชชั่นแต่ทุกคนไม่ทราบว่าฉันอยู่ที่ไหนเลยยย
สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดีีและพวกเขาส่งกระเป๋าที่บ้านเราในวันนัเนด้วย555
แล้วมีความสุขที่ได้อยู่กับครอบครัวของฉันอีกครั้งนะคะ

ขอบคุณที่ได้อ่านนะคะ รักนะ






1 comment

  1. Omg I wish I could go to Thailand too. I am sure there's a lot of beautiful places in there and I wanna learn their culture :)

    ReplyDelete

Share your awesome thoughts!